
ผลิตเครื่องปั่นไฟ ให้เหมาะกับการใช้งานในโรงงาน ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
เครื่องปั่นไฟ หรือ Generator คืออุปกรณ์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานกล โดยสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองเมื่อไฟฟ้าหลักขัดข้อง หรือใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าหลักเข้าไม่ถึง
สำหรับโรงงาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าอาจไม่ได้มีหน้าที่จ่ายไฟให้กับทุกระบบเสมอไป แต่สามารถออกแบบให้จ่ายเฉพาะ โหลดที่จำเป็น เช่น เครื่องจักรสำคัญ ระบบควบคุม ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสื่อสาร หรืออุปกรณ์ที่ไม่ควรหยุดทำงาน
การกำหนดขอบเขตของโหลดตั้งแต่แรกจึงช่วยให้เลือกขนาด Generator ได้เหมาะสม ไม่ต้องลงทุนกับเครื่องที่ใหญ่เกินความจำเป็น
การผลิตเครื่องปั่นไฟให้เหมาะกับโรงงาน ต้องเริ่มจากอะไร
ก่อนผลิตหรือเลือกเครื่องปั่นไฟ ควรเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของโรงงานให้ครบ โดยเฉพาะกำลังไฟของอุปกรณ์แต่ละตัวและรูปแบบการทำงานจริง
1. ตรวจสอบกำลังไฟของเครื่องจักร
ควรตรวจสอบข้อมูลจาก Nameplate หรือเอกสารทางเทคนิคของเครื่องจักร เช่น ค่า kW, kVA, Voltage, Ampere และ Power Factor
นอกจากกำลังไฟขณะทำงานแล้ว ต้องพิจารณากำลังไฟขณะเริ่มต้นด้วย โดยเฉพาะเครื่องจักรที่ใช้มอเตอร์ เพราะช่วง Start Motor อาจต้องการกระแสสูงกว่าช่วงทำงานปกติอย่างมาก
2. คำนวณโหลดรวมของโรงงาน
นำกำลังไฟของอุปกรณ์ที่ต้องการให้ Generator จ่ายมารวมกัน แต่ไม่ควรเลือกขนาดเครื่องจากตัวเลขรวมเพียงอย่างเดียว เพราะลักษณะการเปิดใช้งานของโหลดแต่ละตัวแตกต่างกัน
ควรวิเคราะห์ด้วยว่าอุปกรณ์ใดทำงานพร้อมกัน อุปกรณ์ใดเปิดเป็นช่วง ๆ และอุปกรณ์ใดเป็นโหลดสำคัญที่ต้องจ่ายไฟต่อเนื่อง
3. พิจารณา kW และ kVA
การเลือก Generator ต้องดูทั้ง kW และ kVA เนื่องจาก kW เป็นกำลังไฟฟ้าที่ใช้งานจริง ส่วน kVA เป็นค่าพิกัดกำลังปรากฏของระบบไฟฟ้า
โดยทั่วไปสามารถใช้ค่า Power Factor มาประกอบการพิจารณาได้ เช่น หากโหลดมีค่า Power Factor 0.8 ค่า kVA จะสูงกว่าค่า kW ดังนั้นการเลือกเครื่องควรอ้างอิงข้อมูลทางไฟฟ้าของโหลดจริง ไม่ควรคำนวณจากตัวเลขโดยประมาณเพียงอย่างเดียว
4. เผื่อกำลังสำหรับโหลดและการขยายในอนาคต
โรงงานจำนวนมากมีการเพิ่มเครื่องจักรหรือเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต หากเลือก Generator พอดีกับโหลดปัจจุบันมากเกินไป อาจทำให้ไม่สามารถรองรับการขยายระบบได้
อย่างไรก็ตาม การเผื่อกำลังควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิศวกรรม ไม่ควรเผื่อขนาดมากเกินไปจนทำให้เครื่องทำงานที่โหลดต่ำเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างเครื่องปั่นไฟสำหรับโรงงานขนาดเล็ก กลาง และใหญ่

การแบ่งขนาดโรงงานไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกำหนดขนาด Generator ได้ตายตัว แต่สามารถใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการประเมินความต้องการได้
โรงงานขนาดเล็ก
โรงงานขนาดเล็กหรือสถานประกอบการที่มีเครื่องจักรไม่มาก อาจมีความต้องการไฟฟ้าสำรองในระดับหลักสิบ kVA ทั้งนี้ต้องคำนวณจากโหลดจริงก่อนเลือกเครื่อง
ตัวอย่างการใช้งาน เช่น โรงงานแปรรูปขนาดเล็ก โรงงานประกอบชิ้นส่วน หรือสถานประกอบการที่มีเครื่องจักรไม่กี่ชุด อาจเลือก Generator ขนาดประมาณ 20–50 kVA เป็นจุดเริ่มต้นในการประเมิน แต่ขนาดที่เหมาะสมจริงต้องดูโหลดของหน้างาน
เครื่องในกลุ่มนี้เหมาะกับโรงงานที่ต้องการสำรองไฟให้กับระบบจำเป็น โดยเน้นความคล่องตัวและต้นทุนที่เหมาะสม
โรงงานขนาดกลาง
โรงงานขนาดกลางมักมีเครื่องจักรหลายประเภท มีมอเตอร์ ปั๊ม ระบบปรับอากาศ หรือระบบผลิตที่ใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง จึงต้องวิเคราะห์โหลดอย่างละเอียดมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น Generator ขนาด 100–500 kVA อาจนำมาใช้กับโรงงานที่มีความต้องการไฟฟ้าในระดับปานกลาง แต่ไม่ควรใช้ขนาดดังกล่าวเป็นเกณฑ์ตายตัว เพราะโรงงานที่มีพื้นที่และจำนวนพนักงานใกล้เคียงกันอาจมีโหลดไฟฟ้าแตกต่างกันมาก
สำหรับระบบระดับนี้ อาจพิจารณาร่วมกับ ATS Controller เพื่อให้ระบบสามารถสลับแหล่งจ่ายไฟระหว่างไฟฟ้าหลักและ Generator ได้อย่างเหมาะสม
โรงงานขนาดใหญ่
โรงงานขนาดใหญ่หรือโรงงานที่มีเครื่องจักรจำนวนมาก อาจต้องใช้ Generator ตั้งแต่หลายร้อย kVA ไปจนถึงระดับ MVA ขึ้นอยู่กับกำลังไฟที่ต้องสำรองและรูปแบบการใช้งาน เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 1350 KVA
หากมีโหลดขนาดใหญ่หลายชุด อาจพิจารณาการติดตั้ง Generator หลายเครื่องเพื่อแบ่งโหลด หรือออกแบบระบบให้เหมาะกับความต่อเนื่องในการทำงาน
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าระดับอุตสาหกรรมจึงต้องพิจารณาทั้งเครื่องยนต์ ระบบกำเนิดไฟ ระบบควบคุม ระบบระบายความร้อน การเดินสาย และอุปกรณ์ป้องกัน โดย Generator ขนาดใหญ่โดยทั่วไปถูกนำไปใช้กับงานอุตสาหกรรมหนักและระบบที่ต้องการกำลังไฟสูง
โรงงานควรเลือกเครื่องปั่นไฟดีเซลหรือไบโอแก๊ส

ชนิดเชื้อเพลิงเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล เหมาะกับงานที่ต้องการแหล่งไฟฟ้าสำรองที่พร้อมใช้งาน และสามารถออกแบบให้รองรับงานโรงงานหรือระบบสำรองไฟได้
ส่วน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไบโอแก๊ส (Biogas Generator) เหมาะกับโรงงานหรือฟาร์มที่มีแหล่งก๊าซชีวภาพและต้องการนำก๊าซมาใช้ผลิตไฟฟ้า โดยบริษัท เฟิร์สเทคโนโลยี่แอนด์คอนโทรล จำกัด มีบริการผลิตและจำหน่ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพ รวมถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเบนซินและดีเซล
ดังนั้น การเลือกเชื้อเพลิงควรพิจารณาจากแหล่งพลังงานที่โรงงานมี ต้นทุนการใช้งาน ความต่อเนื่องของการเดินเครื่อง และระบบที่ต้องการจ่ายไฟ
นอกจากขนาดเครื่อง ต้องพิจารณาอะไรอีกบ้าง
การเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับโรงงานควรมองทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะตัว Generator โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
- ลักษณะโหลดไฟฟ้า ดูว่าเป็นโหลดประเภท Resistive, Inductive หรือ Electronic และมีมอเตอร์ขนาดใหญ่หรือไม่
- ระบบไฟฟ้า ตรวจสอบแรงดันไฟ ระบบ 1 เฟสหรือ 3 เฟส ความถี่ และรูปแบบการเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าของโรงงาน
- รูปแบบการใช้งาน ต้องการใช้เป็นไฟสำรองเฉพาะช่วงไฟดับ หรือใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟหลักต่อเนื่อง เพราะรูปแบบการใช้งานมีผลต่อการเลือกพิกัดของ Generator
- ระบบสตาร์ตและสลับไฟ หากต้องการให้เครื่องทำงานอัตโนมัติเมื่อไฟฟ้าหลักดับ อาจออกแบบร่วมกับระบบ ATS เพื่อให้การสลับแหล่งจ่ายเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ระบบควบคุมและป้องกัน ควรมีระบบตรวจสอบแรงดัน กระแส ความถี่ อุณหภูมิ และสถานะเครื่องยนต์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบสถานะของ Generator ได้สะดวก โดยระบบ Control ของ Generator สามารถใช้ตรวจสอบค่าการทำงานต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ได้
- พื้นที่ติดตั้งและสภาพแวดล้อม ต้องดูพื้นที่สำหรับติดตั้ง การระบายความร้อน การระบายไอเสีย ระดับเสียง การเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษา รวมถึงเส้นทางสำหรับขนย้ายเครื่อง
- บริการหลังการขายและอะไหล่ Generator เป็นเครื่องจักรที่ต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษา การเลือกผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายที่สามารถดูแลระบบและจัดหาอะไหล่ได้จึงมีความสำคัญต่อความพร้อมใช้งานในระยะยาว
ผลิตเครื่องปั่นไฟ ให้เหมาะกับโรงงาน ต้องออกแบบตามหน้างาน
ไม่มี Generator ขนาดเดียวที่เหมาะกับโรงงานทุกประเภท เพราะความต้องการไฟฟ้าของแต่ละโรงงานแตกต่างกัน แม้จะเป็นโรงงานที่มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกันก็ตาม
แนวทางที่เหมาะสมคือการเริ่มจากข้อมูลโหลดจริง วิเคราะห์อุปกรณ์ที่ต้องการสำรองไฟ ตรวจสอบกำลังไฟช่วง Start-up และพิจารณารูปแบบการทำงานของโรงงาน จากนั้นจึงกำหนดขนาด Generator และระบบควบคุมที่เหมาะสม
บริษัท เฟิร์สเทคโนโลยี่แอนด์คอนโทรล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรม
บริษัท เฟิร์สเทคโนโลยี่แอนด์คอนโทรล จำกัด ให้บริการด้าน ผลิตและจำหน่ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยมีทั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเบนซินและดีเซล รวมถึงอุปกรณ์ระบบควบคุม เช่น Control Panel, ATS Controller, AVR, Generator Speed Control Unit และ Gen-set Controller
นอกจากการจัดหาเครื่อง บริษัทฯ ยังให้บริการติดตั้ง ซ่อมบำรุง ปรับแต่งระบบ และจัดหาอะไหล่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางระบบ Generator ได้ครบตามลักษณะการใช้งาน
สำหรับโรงงานที่กำลังมองหา เครื่องปั่นไฟสำหรับโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ควรเริ่มจากการประเมินโหลดและลักษณะการใช้งานจริงก่อน เพื่อให้ได้เครื่องที่มีกำลังเหมาะสม ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับงบประมาณการลงทุน สามารถปรึกษา บริษัท เฟิร์สเทคโนโลยี่แอนด์คอนโทรล จำกัด เพื่อประเมินรูปแบบการใช้งานและเลือกแนวทางระบบกำเนิดไฟฟ้าที่เหมาะสมกับหน้างาน พร้อมบริการด้านติดตั้ง ควบคุม บำรุงรักษา และอะไหล่แบบครบวงจร
Q&A เครื่องปั่นไฟสำหรับโรงงาน
Q เครื่องปั่นไฟสำหรับโรงงานเลือกจากอะไร
A ควรพิจารณาจากกำลังไฟฟ้าที่ใช้ ประเภทของโหลด กระแสขณะสตาร์ต ระยะเวลาการใช้งาน และพื้นที่ติดตั้ง เพื่อให้เครื่องรองรับการใช้งานได้เหมาะสม
Q kW และ kVA ต่างกันอย่างไร
A kW คือกำลังไฟฟ้าที่โหลดนำไปใช้งานจริง ส่วน kVA คือกำลังปรากฏของระบบ การเลือก Generator จึงควรพิจารณาทั้งสองค่าและค่า Power Factor ร่วมกัน
Q โรงงานที่มีมอเตอร์ต้องเลือกเครื่องปั่นไฟอย่างไร
A ควรเลือกเครื่องที่รองรับกระแสช่วงสตาร์ตของมอเตอร์ได้ เพราะช่วงเริ่มเดินเครื่องอาจใช้กระแสสูงกว่าการทำงานปกติ
Q จำเป็นต้องติดตั้ง ATS กับเครื่องปั่นไฟหรือไม่
A หากต้องการให้ระบบไฟสำรองทำงานและสลับแหล่งจ่ายโดยอัตโนมัติ การติดตั้ง ATS สามารถช่วยให้ระบบทำงานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
Q ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกเครื่องปั่นไฟหรือไม่
A ควร เพราะผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินโหลดและลักษณะการใช้งาน เพื่อช่วยกำหนดขนาดและสเปกเครื่องปั่นไฟให้เหมาะกับโรงงาน

